สิ่งที่ควรจะและไม่ควรจะทำหากต้องการมั่งคั่ง

27

ความฝันของคนอีกจำนวนไม่น้อยความฝันของคนอีกหลายคนเป็นต้องการมีเงิน ต้องการร่ำรวย


หรือมีอิสระทางด้านการเงิน อยากจะซื้ออะไรก็ซื้อได้ แม้กระนั้นการทำงานประจำรับเงินเดือนเพียงแค่ปกติโน่นย่อมน้อยเกินไปที่จะไปถึงจุดๆนั้นได้ ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเราก็เลยเสนอทางเพื่อคนอ่านได้ทดลองเอาไปใช้มอง
1.เงินลงทุน ถ้าเกิดต้องการมั่งมีก็จำต้องค้าขายหรือทำธุรกิจอะไรสักอย่าง แต่ว่าสิ่งฐานรากที่จำเป็นมากเลยกำหนดจะเริ่มทำอะไรเป็นเงินลงทุนนั่นเอง การที่กำลังจะได้รับเงินทุนก้อนใหญ่เพื่อมาทำธุรกิจนั้นหาได้จากนานาประการทางตัวอย่างเช่น แนวทางกล้วยๆเลยเป็นการออมเงินจากค่าตอบแทนรายเดือนงานประจำ เก็บหอมรอมริบเดือนละ 30-50% สัก 3 ถึง 5 ปี ก็บางครั้งก็อาจจะพอเพียงสำหรับในการทำธุรกิจขนาดเล็กได้ สมมุติค่าตอบแทนรายเดือน 30,000 บาท เก็บออมเดือนละ 50% ตรงเวลา 5 ปี ก็จะมีเงินทุนโดยประมาณ 9 แสนบาท(บางครั้งก็อาจจะมากยิ่งกว่านี้ขึ้นกับแนวทางออม) หลังจากนั้นก็เอาเงินปริมาณนี้มาลงทุนในธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งยุคนี้มีตัวเลือกให้ทำล้นหลามอย่างยิ่งจริงๆ เป็นต้นว่า ค๊อฟฟี่ช็อป ห้องอาหารตามสั่ง หรือรับผลิตภัณฑ์มาขายต่อ ขึ้นกับความชำนาญของแต่ละบุคคล
2.ศึกษาเล่าเรียนข้อมูลให้ดีก่อนจะมีการลงทุน การลงทุนมีการเสี่ยง ควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน คำนี้คนไม่ใช่น้อยบางครั้งอาจจะได้ยินบ่อยมากแต่ว่ายังคงใช้ได้เสมอ ด้วยเหตุว่าไม่มีการลงทุนไหนที่จะบรรลุเป้าหมายมั่นใจ 100% ด้วยเหตุนี้พวกเราจะต้องศึกษาเล่าเรียนข้อมูลการลงทุนนั้นๆอย่างละเอียดซะก่อนเพื่อลดการเสี่ยงที่การลงทุนจะล้มเหลว อย่างเช่น ถ้าหากต้องการลงทุนเปิดร้านกาแฟหรือห้องอาหารตามสั่ง ควรเรียนรู้ ความจำเป็นและก็กำลังซื้อของลูกค้าให้รอบๆนั้นว่ามีพอเพียงไหม หากว่ามีลูกค้าที่ทานกาแฟอยู่บริเวณนั้น 100 คนแม้กระนั้นมีค๊อฟฟี่ช็อปอยู่แล้ว 4 ร้านค้า พวกเราก็จำเป็นที่จะต้องหาสถานที่ใหม่ที่มีความต้องการของลูกค้าพอเพียง หรือตรวจสอบความพอใจหรือแนวโน้มว่าผู้ในรอบๆนั้นพึงพอใจในของกินอะไร ถ้าเกิดซักถามจากคน 100 คน ว่าถูกใจรับประทานอาหารประเทศญี่ปุ่นไหม ถ้ามีคนตอบว่าถูกใจสัก 50 คน แม้กระนั้นแถวนั้นไม่มีห้องอาหารประเทศญี่ปุ่นเลยก็คุ้มต่อการลงทุน
3.ทำบัญชีรายได้ค่าใช้จ่าย กระบวนการทำบัญชีนั้นช่วยในด้านดีหลายทาง ยกตัวอย่างเช่น ช่วยทำให้พวกเราคิดแผนได้ เนื่องจากมีตัวเลขอ้างอิงได้ว่าควรจะทำธุรกิจไปหนทางไหน ดังเช่นว่า ถ้าเกิดทำบัญชีห้องอาหารตามสั่งจะทราบได้ว่า ทุกๆวันซื้อ หมู ไก่ มาวันละกี่บาท แล้วก็ซื้อมาน้ำหนักเยอะแค่ไหนถ้าว่า 1 อาทิตย์ก่อน ซื้อหมูมาทั้งหมดทั้งปวงรวม 20 โล ไก่ 20 กก. แม้กระนั้น ขายเนื้อหมูได้ทั้งสิ้นแต่ว่าเนื้อไก่หลงเหลืออยู่ 5 โลดังนั้นอาทิตย์ต่อไปก็ตกลงใจได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าเดิมด้วยการซื้อเนื้อหมูเพิ่มนิดหน่อย แม้กระนั้นลดจำนวนเนื้อไก่ลง